ทำไมคำว่า watermelon จึงเป็นคำที่แสดงถึงการเหยียดผิวในสหรัฐฯ

คุณครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งได้นำนักเรียนโรงเรียนมัธยมซึ่งเป็นชาวอเมริกาผิวดำไปเยี่ยมชม The Boston Museum of Fine Arts (พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ของบอสตัน) หลังจากการเยี่ยมชมคุณครูได้เขียนข้อความลงในสื่อสังคมเนื่องจากกลุ่มนักเรียนของเธอได้ประสบกับการเหยียดผิวโดยพนังงานของพิพิธภัณฑ์ โดยมีข้อความส่วนหนึ่งว่า

“At the very beginning of the tour, one of the staff gave an overview on what to expect and told the kids  ‘no food, no drink, and no watermelon.’ ”

แล้วทำไมคำว่า no watermelon จึงเป็นคำที่แสดงถึงการเหยียดผิวในสหรัฐฯ เราอาจต้องกลับไปดูประวัติของสหรัฐอเมริกาในอดีต เมื่อระบบทาสได้ถูกยกเลิกในปลายทศวรรษที่ 1860 ชาวผิวดำหลายคนได้ปลูกและขาย watermelon (แตงโม) เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว จนกระทั้งแตงโมถูกใช้เป็นคำที่พูดถึงคนผิวดำที่มีความเกียจคร้าน และไม่เป็นที่พึงประสงค์โดยเฉพาะในสังคมของคนผิวขาวทางใต้

การที่พนังงานของ The Boston Museum of Fine Arts พูดว่า ‘no food, no drink, and no watermelon.’ สำหรับชาวอเมริกาผิวดำแล้วจะให้ความหมายในทำนองว่า ‘ห้ามอาหาร ห้ามเครื่องดื่ม และห้ามคนผิวดำ (เข้ามาในพิพิธภัณฑ์)’