acne

  A, ENG-THA

acne

 

คำนาม acne

(แอค-นี่)

 

acne หมายความว่า สิว ซึ่งก็คือภาวะของการติดเชื้อของรูขุมขน คำว่าสิวมีใช้กันหลายคำ เช่น pimples,  blackheads, whiteheads เป็นต้น

ผิวหนังคนเราจะประกอบด้วยส่วนที่เป็นรูขุมขนที่เรียกว่าฟอลลิเคิล ซึ่งเป็นช่องทางเล็ก ๆ สำหรับขนหรือผมใต้ถูกผลิตใต้ผิวหนังจะงอกออกมาจากช่องนี้ ขนผลิตโดยสเต็มเซลล์ในอวัยวะผิวหนังรอบ ๆ ฟอลลิเคิลนี้ซี่งเป็นที่กำเนิดของรากผม ส่วนนี้ทั้งหมดของอวัยวะผิวหนังเรียกว่า Pilosebaceous Unit  ในบริเวณใกล้กับฟอลลิเคิลหรือรูขุมขนจะมีต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ผลิตไขมันหรือน้ำมันและจะหลั่งของเหลวนี้ออกทางรูขุมขนเพื่อหล่อลื่นทำให้ขนหรือผมและส่วนของผิวหนังชุ่มชื้น

 

รอบ ๆ รูขุมขนจะมีเซลล์เคราตินโนไซท์ (keratinocytes) มีหน้าที่ผลิตเคราตินซึ่งเป็นสารประกอบโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบโครงสร้างของผิวหนังขนและเล็บ โดยปกติน้ำมันที่ผลิตออกมาก็จะไหลผ่านรูขุมขนแต่ในบ้างครั้งเคราตินที่ผสมรวมกับน้ำมันทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขนและทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionibacterium acnes หรือ P. acnes (พี-เอค-นี่-ซ) ติดอยู่ภายในรูขุมขน แบคทีเรียจะผลิตสารเคมีและเอนไซม์ซึ่งทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าทำการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันร่างกายเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในรูขุมขน 

แบคทีเรียที่ชื่อ Propionibacterium acnes หรือP. acnes เจริญเติบโตโดยการย่อยไขมันหรือน้ำมันที่ผลิตออกมาจากรูขุมขนเป็นอาหาร ปกติมันอาศัยบนผิวหนังของทุกคนซื่งเป็นไปตามธรรมชาติไม่ได้เกี่ยวกับความสกปรกของผิวหนัง แต่เมื่อไรที่มีการอุดตันเกิดขึ้นแบคทีเรียติดขังในรูขุมขนร่างกายเราก็จะทำการต่อต้านและทำให้เกิดการอักเสบเป็นสาเหตุของการบวมนั้นก็คือสิว สิวโดยส่วนใหญ่จะเป็นเมื่อคนเราเข้าสู่วัยรุ่นเนื้องจากฮอร์โมนทำให้มีการผลิตไขมันในรูขุมขนเพิ่มมากขึ้น

สาเหตุที่ทำให้รูขุมขนอุดตันก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดซึ่งมีด้วยกันหลายทฤษฎี  จากการศึกษาสิ่งต่อไปนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้สิวมีอาการเพิ่มมากขึ้น

-การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโดยเฉพาะเมื่อบุคคลเข้าสู่วัยรุ่น และ สำหรับผู้หญิง 2 – 7 วันก่อนมีประจำเดือน

-ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ทาผิวโดยเฉพาะที่มีความมันสูง

-สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีมลพิษและมีความชื้นสูง

-ขัดหน้าหรือเช็ดหน้าแรง ๆ หรือแกะสิว ซึ่งจะทำให้ผิวหนังระคายเคืองทำให้เกิดการอักเสบได้เร็วขึ้น

-ความเครียด ซึ่งจะส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย

การรักษา

สิวสามารถทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนัง การรักษาส่วนใหญ่ก็โดยการทำให้สิวทุเลาลงและไม่ให้เป็นแผลเป็น โดยปกติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ยาทาบริเวณที่เป็นสิว ยาดังต่อไปนี้จะในการรักษาผู้ที่เป็นสิวน้อยถึงระดับกลาง เช่น

Benzoyl peroxide ยาชนิดนี้มีส่วนผสมของสารที่ต้านหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P. acnes

Resorcinol หรือ Sulfur ยาชนิดนี้ช่วยในการสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาว

Salicylic acid ยาชนิดนี้ช่วยในการขจัดเซลล์เคราตินโนไซท์ทำให้รูขุมขนเปิดมากขึ้น

ถ้ามีอาการมากขึ้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็อาจจะต้องให้ยากินผสมกับยาทา ยากินเช่น

ยาปฏิชีวนะ เพื่อที่จะให้หยุดการเพิ่มขึ้นของเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ

retinoids  ครีมใช้ทาหรือใช้กินที่มีส่วนผสมของ retinoids หรือวิตามิน A สังเคราะห์ ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของผิวหนังทำงานปกติช่วยลดการเกิดสิว

ข้อควรระหวัง การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ควรใช้เกินสามเดือนเพาระถ้าไม่หายก็จะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยา ดูหลายละเอียดของความล้มเหลวของยาปฏิชีวนะได้ที่นี้ ผลของการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียก็จะทำให้เกิดเป็นสิวมากขึ้นและจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ถ้าอาการของสิวที่รุนแรงไม่ดีขึ้นแพทย์ก็จะต้องออกยาตัวใหม่หลังจากสามเดือน การรักษาที่ดีที่สุดก็ควรจะใช้ยาทาถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการกินยาปฏิชีวนะ

การรักษาทางธรรมชาติก็ทำได้โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารในการทำให้การอักเสบของผิงหนังน้อยลง และรับประทานอาหารที่ทำให้เซลล์ผิวหนังทำงานปกติและมีประสิทธิภาพ เช่น

-มะระ ซึ่งเป็นผักที่มีสารทำให้ลดการอักเสบของผิวหนัง

-ผักใบเขียว จะให้วิตามิน A ต่อร่างกายซึ่งเป็นผลดีกับเซลล์ต่าง ๆ ของผิวหนัง

-อาหารที่เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติได้แก่ กระเทียม ขมิ้น น้ำผึ่ง กะหล่ำปลี น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สับปะรด ผักสมุนไพรต่าง ๆ