Diabetes mellitus, โรคเบาหวาน

Home » D » Diabetes mellitus, โรคเบาหวาน
D, ENG-THA No Comments

Diabetes mellitus

 

คำนาม คำทางแพทย์

(ไดเอ-บี-ทิซ-ซ มิไลทัส)

 

Diabetes mellitus หมายความว่า โรคเบาหวาน เรียกสั้นว่า Diabetes ซึ่งคือโรคที่ภาวะน้ำตาลในเลือดไม่ปกติคือสูงกว่าระดับปกติ

เซลล์ต่างๆ ต้องการกลูโคสหรือน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่กลูโคสไม่สามารถเข้าไปสู่เซลล์ได้โดยตรง เมื่อเรากินอาหารร่างกายก็ทำการย่อยอาหาร น้ำตาลหรือกลูโคสซึ่งได้จากกาลย่อยอาหารนี้จะซึ่มเข้าไปในกระแสเลือด ระดับน้ำตาลหรือกลูโคสในเลือดก็จะสูงขึ้นทันที ตับอ่อนมีหน้าที่ผลิตอินซูลินและป่อยเข้าไปในกระแสเลือด เพื่อที่จะไปดูดซึมกลูโคส(คือรวมตัวกันระหว่างอินซูลินและกลูโคส)เซลล์ต่างๆจึงสามารถนำเอามันไปใช้เป็นพลังงานจากกระแสเลือดได้

ถ้ากลูโคสที่ดูดซึมได้มีเกินกว่าที่จะใช้หมด มันก็จะเก็บไว้ในตับ เวลาร่างกายมีกลูโคสในเลือดน้อยตับก็จะปล่อยส่วนที่สะสมไว้ออกมาใช้  อินซูลินช่วยทำให้น้ำตาลในสายเลือดอยู่ในระดับปกติและสมดุล แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดในการผลิตหรือการทำงานของร่างกายต่ออินซูลิน (insulin) ก็จะส่งผลทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคเบาหวานมีอยู่ด้วยกันสามชนิด

ชนิดที่ 1 

ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลิน (insulin) ได้เลย โดยส่วนใหญ่เนื่องมาจากความบกพร่องของร่างกายเองในการผลิตอินซูลิน ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขี้นกับเด็กหรือตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากร่างกายไม่มีอินซูลินผู้ป่วยต้องฉีดอินซูลินเข้าไปเพื่อทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุลหรืออยู่ในระดับปกติ

ชนิดที่ 2

ในกรณีนี้ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินใด้แต่เซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองกับอินซูลินนั้นๆ หรือเรียกว่าเซลล์ดื้อต่ออินซูลินหรือต่อต้านอินซูลิน คนที่เป็นโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะเป็นชนิดนี้

การลดน้ำหนักหรือการเลือกกินอาหารจะเป็นเครื่องมือสำหรับคนบางคนในการลดน้ำตาลในเลือด การออกกำลังกายจะมีผลทำให้เซลล์ต่อต้านอินซูลินน้อยลง แต่ส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคเบาหวานจะค่อยเป็นมากขึ้นเรื่อยๆจนต้องกินยาอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกิน คนที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติและรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลก็จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดสองมากกว่าคนปกติ

ชนิดที่ 3

ชนิดนี้จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes) ผู้หญิงบางคนละหว่างตั้งครรภ์จะมีระดับกลูโคสสูงมากจนร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ซึ่งทำให้เกิดการเพิ่มระดับกลูโคสสูงขึ้นเรื่อยๆในสายเลือด

โดยทั่วไปโรคเบาหวานชนิดนี้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการออกกำลังกาย หรือเลือกกินอาหารที่สมดุล ถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้เป็นผลกระทบกับการเกิดของเด็กเช่น เด็กจะมีความอ้วนมากกว่าปกติ

อาการและผลกระทบของโรค

-หิวน้ำบ่อยๆ

-ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะกลางคืน

-หิวบ่อยๆ

-รู้สึกเหนือยล้า

-เป็นแผลแล้วไม่หายหรือหายช้ามาก

-มองเห็นไม่ชัด

บางที่อาการเป็นน้อยอาจจะไม่เห็นชัด แต่ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ให้รีบไปปรึกษาแพทย์

การวินิจฉัยโรค

 

การตรวจก็ทำได้โดยการตรวจเลือด การตรวจเบื้องต้นก็ทำได้เองถ้ามีเครื่องตรวจ การตรวจควรจะตรวจหลังกินอาหารอย่างน้อยสองชั่งโมงขึ้นไปเพื่อที่จะให้ผลที่ถูกต้อง  โดยปกติระดับน้ำตาลในเลือดก็จะอยู่ระหว่าง  72 to 108 mg/dL หรือ 4.0 to 6.0 mmol/L ถ้าระดับน้ำตาลสูงกว่า 200 mg/dL หรือ 11 mmol/L ให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำเดินการรักษาต่อไป

โดยปกติการวัดน้ำตาลในเลือดจะมีอยู่สองหน่วยนั้นก็คือ mmol/L (Millimoles per liter) และ mg/dL (Milligrams per deciliter) การแปลงระหว่างหน่วยสองหน่วยสามารถทำได้ดังนี้

mg/dl = 18 × mmol/l

หรือ

mmol/l = mg/dl / 18

 

การรักษาและการป้องกัน

การรักษากระทำได้โดยการการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดมากโดยการกินอาหารที่มีความสมดุล นั้นก็คือกินอาหารให้ครบทุกหมู่ อย่ากินอาหารชนิดหนึ่งมากเกินไป อาหารพวกแป้งจะมีผลโดยตรงกับน้ำตาลในสายเลือดเช่นข้าว พยายามลดของหวานและลีกเลียงการดื่มแอลกอฮอล์

การออกกำลังกายก็จะช่วยให้ร่างกายของเราทำงานปกติ ลดการต่อต้านอินซูลินของเซลล์ต่างๆ  ถ้าเป็นมากก็ต้องพึ่งการรักษาด้วยการกินหรือฉีดอินซูลิน